Uncategorized

เปิดตัว PLX Asia แพลตฟอร์มงานแสดงสินค้า Private Label แบบครบวงจรแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดบทใหม่ของธุรกิจ Private Label กับการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม Industry Leadership Summit ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ก่อนต่อยอดสู่งานแสดงสินค้าแบบเต็มรูปแบบในปี 2570

บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา):

  1. นายภูษิต ศศิธรานนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารบริษัท โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย และบริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด
  2. นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
  3. นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการและประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่
  4. นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
  5. นายเจอรัลด์ เบอเซ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคโลญเมสเซ่
  6. ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย
  7. ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
  8. ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย — 29 พฤษภาคม 2569 — PLX Asia งานแสดงสินค้า B2B ธุรกิจ Private Label และการรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เปิดตัวผ่านการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม Industry Leadership Summit ซึ่งถือเป็นก้าวแรกสู่การจัดงานแสดงสินค้าเต็มรูปแบบในปี 2570 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในอุตสาหกรรมค้าปลีกและการผลิตในภูมิภาค โดยเชื่อมโยงผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้ให้บริการโซลูชันเข้าด้วยกัน ผ่านระบบนิเวศที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ
อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการการจัดหาสินค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ห่วงโซ่ธุรกิจสินค้าแบรนด์ส่วนตัว (Private Label) ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

PLX Asia เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ก่อนต่อยอดสู่การจัดงานแสดงสินค้าเต็มรูปแบบในปี 2570

มุ่งตอบโจทย์และเติมเต็มช่องว่างสำคัญในภูมิทัศน์ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กลุ่มสินค้าที่ผลิตโดยผู้ผลิตภายนอกและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของลูกค้า หรือที่เรียกว่า “Private Label” ได้กลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดค้าปลีกที่พัฒนาแล้ว ทั้งในประเทศจีน ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยผู้ประกอบการค้าปลีกต่างหันมาสร้างแบรนด์ของตนเองมากขึ้นเพื่อเพิ่มอัตรากำไร เร่งการพัฒนานวัตกรรม และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเสมอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดสินค้าประเภท Private Label กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือความแข็งแกร่งของฐานการผลิตสินค้าแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) และ ODM (Original Design Manufacturer) ภายในภูมิภาค ประกอบกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail) และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคในกลุ่มชนชั้นกลาง ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทำให้ตลาดของสินค้าประเภท Private Label มีโอกาสโตในเวทีระดับภูมิภาค

นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการและประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ เปิดเผยว่า “PLX Asia เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมค้าปลีกระดับโลก เนื่องจากสินค้าประเภท Private Label ไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงทางเลือกที่คุ้มค่าเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ประกอบการค้าปลีกทั่วโลก ในช่วงเวลาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ ผนวกกับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมในภูมิภาคที่ยังคงมีความกระจัดกระจายอยู่ เราจึงพัฒนาแพลตฟอร์ม PLX Asia ขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ค้าปลีกและผู้ผลิต พร้อมทั้งเร่งยกระดับขีดความสามารถ และสนับสนุนการเติบโตของตลาด Private Label ในภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ”

PLX Asia จึงเป็นแพลตฟอร์มเฉพาะทางที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยเป็นศูนย์รวมของเหล่าผู้ค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้ให้บริการโซลูชันไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน การผนึกกำลังในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความซับซ้อนและกระจัดกระจายในขั้นตอนการจัดซื้อ เร่งขีดความสามารถในการนำสินค้าออกสู่ตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าประเภท Private Label

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย (TCC) กล่าวว่า “จุดแข็งของประเทศไทยในอุตสาหกรรมสินค้า Private Label ไม่ได้อยู่เพียงที่ต้นทุนหรือกำลังการผลิต แต่คือความไว้วางใจและความพร้อมเชิงระบบของผู้ประกอบการไทยที่สามารถตอบโจทย์ตลาดโลกได้ครบวงจร โดยเฉพาะในรูปแบบการผลิต OEM และ ODM ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสินค้า การออกแบบ และการผลิตตามมาตรฐานสากลเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน สินค้า Private Label ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ค้าปลีก ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกมากยิ่งขึ้น

วันนี้ ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้าอาหาร ธุรกิจ Healthcare ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เครื่องประดับและแฟชั่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในตลาดโลก ประกอบกับความยืดหยุ่นในการผลิตและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า Private Label ได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผมเชื่อว่า PLX Asia จะเป็นหนึ่งในงานที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ค้าปลีกระดับนานาชาติ ไม่เพียงเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระยะสั้น แต่เพื่อยกระดับศักยภาพของภาคการผลิตไทยจากการรับจ้างผลิต ไปสู่การสร้างความร่วมมือและพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในอนาคต”

แพลตฟอร์มเพื่อการขยายตัวทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์

แนวคิดในการสร้าง PLX Asia เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของงาน THAIFEX – Anuga Asia แพลตฟอร์มการค้าด้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นการเปิดประตูสู่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มอย่างครบวงจร และครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก PLX Asia จะเข้ามาเติมเต็มด้วยการเจาะลึกไปที่การสร้างสินค้าประเภท Private Label และอุตสาหกรรมการรับจ้างผลิตสินค้า (Contract Manufacturing) อย่างเต็มรูปแบบ

ทุกส่วนประกอบของงาน PLX Asia ได้รับการพิจารณาอย่างพิถีพิถันและมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการเจรจาธุรกิจและความต้องการเฉพาะของกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสินค้า Private Label ซึ่งมองเห็นความสำคัญของประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการเป็นพันธมิตรในระยะยาว ที่มากไปกว่าการจัดแสดงสินค้าทั่วไป

การประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม ‘Industry Leadership Summit’ ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

การประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรม Industry Leadership Summit ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ถือเป็นเวทีเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอุตสาหกรรมของ PLX Asia โดยในงานประกอบด้วยโปรแกรมการประชุมและการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในรูปแบบงานปิด ที่รวบรวมเหล่าผู้บริหารระดับสูง และผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 200 คน ทั้งผู้ประกอบการ ธุรกิจค้าปลีก ผู้ประกอบการโรงงาน ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และระดับสากล เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจโอกาสทางธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้นในตลาด Private Label ของภูมิภาค

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงสมาคมผู้ค้าปลีกไทย (Thailand Retailers Association) และ “Daymon” บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์สินค้าและการบริการด้านการค้าปลีกระดับโลก ที่ให้เกียรติเข้าร่วมในฐานะพันธมิตรด้านองค์ความรู้อย่างเป็นทางการ

นูโน อฟอนโซ ประธานบริษัท Daymon International ให้ข้อมูลว่า “สินค้า Private Brand ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านราคาหรือกลยุทธ์ในการจัดวางสินค้าอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของผู้ค้าปลีกในการขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ ความสำเร็จของสินค้า Private Brand ในปัจจุบันจึงไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มอัตรากำไร และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ผู้ค้าปลีกรายที่เริ่มปรับตัวและสามารถดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ในภูมิภาค”

ภายในการประชุมสุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะมีการเปิดตัวผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน PLX Asia 2027 ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ผู้คนในอุตสาหกรรมจะได้เห็นทิศทาง ของระบบนิเวศทางธุรกิจที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปธรรมผ่านแพลตฟอร์มนี้เป็นครั้งแรก โดยงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเวทีแห่งการแสดงวิสัยทัศน์ และการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น อันจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการยกระดับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

เดินหน้าสู่การจัดงานเต็มรูปแบบในปี 2570

ก้าวต่อไปหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ภาคอุตสาหกรรม งาน PLX Asia พร้อมเดินหน้าพัฒนาบริการในฐานะ แพลตฟอร์มเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายฐานกลุ่มผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าให้มีความหลากหลาย ครอบคลุม และครบถ้วนยิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานข้อมูลผู้ผลิตในระดับภูมิภาค ตลอดจนสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ค้าปลีกและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

งาน PLX Asia แบบเต็มรูปแบบครั้งแรกมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2570 ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมของสินค้าประเภท Private Label และอุตสาหกรรมการรับจ้างผลิตสินค้า (Contract Manufacturing) รวมทั้งในกลุ่มสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคที่นอกเหนือจากอาหาร อาทิ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนบุคคล รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน โดยมีความมุ่งมั่นในระยะยาว ที่จะสร้างให้แพลตฟอร์มนี้เป็นศูนย์กลางชั้นนำของภูมิภาคในด้านนวัตกรรม การจัดซื้อ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ สำหรับสินค้าประเภท Private Label อย่างครบวงจร และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมสินค้า Private Label ทั่วทั้งภูมิภาคอย่างยั่งยืนในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *