Uncategorized

TK ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 อนุมัติปันผล 0.20 บาท/หุ้น รวมจ่ายปันผล 100 ล้านบาท

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK ผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินธุรกิจประจำปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้น 0.20 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 100 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผล 15 พฤษภาคม 2569 เผยภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไตรมาสแรกของปีขยับตัวขึ้นเล็กน้อยประมาณ 1.8% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ขณะผู้ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจากหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูง ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงแตะที่ 88% ต่อ GDP ด้าน TK เผยสถานะทางการเงิน ณ สิ้นปี 2568 เงินสด เงินฝาก และเงินลงทุน มีมูลค่ารวม 3,524.6 ล้านบาท สูงกว่าพอร์ตสินเชื่อ เผยปี 2569 เดินกลยุทธ์กระจายพอร์ตสินเชื่อที่เหมาะสม ขยายตลาดในประเทศแบบเน้นคุณภาพลูกหนี้ สร้างการเติบโตธุรกิจในต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมมองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ที่สร้างผลตอบแทนสูง

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจของ TK ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายได้ 902.9 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวม 1,624.8 ล้านบาท กำไร 90.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 668.9% โดยมีสัดส่วนรายได้จากบริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ 45.8% บริการเช่ารถจักรยานยนต์ TK ME 9.3% บริการสินเชื่อรถยนต์ 1.6% รายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร 0.8% และรายได้อื่น ๆ 42.5% อาทิ บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ ฯลฯ

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลสินเชื่อ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยค่าเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี ตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้ของบริษัทฯ ลดลง 30.3% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทยังคงมีกำไรสะสม จากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท จำนวน 500 ล้านหุ้น รวมเป็นเงิน 100 ล้านบาท และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นี้

“ในด้านสถานะทางการเงิน ณ สิ้นปี 2568 TK ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสด เงินฝาก และเงินลงทุน รวม 3,524.6 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องที่เพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในอนาคต ขณะที่พอร์ตลูกหนี้รถจักรยานยนต์ในประเทศมีมูลค่า 439 ล้านบาท และพอร์ตลูกหนี้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในต่างประเทศ ได้แก่ สปป. ลาว และกัมพูชา รวม 934 ล้านบาท โดยสัดส่วนพอร์ตต่างประเทศอยู่ที่ 68.0% สูงกว่าพอร์ตในประเทศซึ่งอยู่ที่ 32.0% ซึ่งสะท้อนการกระจายความเสี่ยงและโอกาสการเติบโตในตลาดภูมิภาค

บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายบริหารเงินสดอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญทั้งด้านผลตอบแทนและความปลอดภัยของเงินลงทุน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการนำสภาพคล่องที่มีอยู่ไปต่อยอดการเติบโต อาทิ การพิจารณาโอกาสการลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการในธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวเกี่ยวกับภาพรวมอุตสาหกรรมว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศ ปี 2568 มียอดขายรวม 1,735,366 คัน 73.4% เป็นยอดขายในต่างจังหวัด และ 26.6% เป็นยอดขายในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งขยับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขาย 1,708,215 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1.6% โดยเป็นรถจักรยานยนต์ประเภท Family 40% Scooter 56% Sport 3% และเป็น EV เพียง 1% สำหรับปี 2569 บริษัทผู้ผลิตและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์ยอดขายรถจักรยานยนต์จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 1.60 ถึง 1.74 ล้านคัน

ภาพรวมตลาดเช่าซื้อในปี 2568 ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ระดับสูงที่ 88% ต่อ GDP ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนชำระของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย ประกอบกับทิศทางการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจากมาตรการเพดานดอกเบี้ยของ สคบ. และแนวทางกำกับธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งจาก ธปท. ที่อยู่ระหว่างการประกาศใช้ ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกอย่างความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยิ่งเพิ่มความผันผวนต่อภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินโดยรวม อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงมุ่งดำเนินกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง โดยเน้นการบริหารคุณภาพลูกหนี้ในประเทศ ควบคู่กับการขยายตลาดในต่างประเทศที่มีศักยภาพ รวมถึงการต่อยอดธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและรองรับความท้าทายในระยะยาว อาทิ ธุรกิจเช่าซื้อเครื่องจักร สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ควบคู่กับการมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่มีศักยภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *